กฏหมายเกี่ยวกับการใช้กล้องเพื่อดูแลความปลอดภัยสำหรับเจ้าของธุรกิจและอาคารบ้านเรือน
กล้องที่ใช้เพื่อดูแลความปลอดภัยมีอยู่ทุกหนทุกแห่งรอบตัวเรา
ไม่ว่าจะเป็นในร้านค้า
บนถนน
และแม้แต่ในระบบขนส่งมวลชนของรัฐ
แต่คำถามก็คือว่าการใช้กล้องดูแลความปลอดภัยจะไปไกลถึงไหน?
ที่ไหนที่จะติดตั้งกล้องได้อย่างถูกกฏหมาย?
มีสถานที่เฉพาะเจาะจงมั้ยที่ไม่อนุญาตให้ติดตั้งกล้อง?
มีบางอย่างที่ท่านอาจจะไม่รู้เกี่ยวกับกฏหมายในการใช้กล้องเพื่อดูแลความปลอดภัยในสหรัฐอเมริกา
ถ้าท่านเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือธุรกิจ
ท่านมีสิทธิ์ที่จะติดตั้งกล้องรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของท่านได้โดยมีข้อจำกัดเพียงเล็กน้อย
ต่อไปนี้คือกฏหมายเกี่ยวกับการใช้กล้องรักษาความปลอดภัยที่ท่านควรรู้
กฏหมายทั่วไปของสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการใช้กล้องวิดีโอเพื่อดูแลความปลอดภัย
กฏง่าย
ๆ
โดยทั่วไปเกี่ยวกับการใช้กล้องวงจรปิดทั่วสหรัฐอเมริกา
ก็คือว่า ท่านได้รับอนุญาตให้บันทึกวิดีโอเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยในที่สาธารณะได้ถ้ามีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าไม่เป็นการระเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น สถานที่ต่อไปนี้คือที่ที่เราอ้างได้อย่างสมเหตุผลว่ามีความเป็นส่วนตัวโดยสมบูรณ์คือ
· ห้องน้ำ
· บริเวณสถานที่อาบน้ำ
· ห้องต่าง
ๆ
ภายในโรงแรม
· ห้องนอน
· ห้องล็อกเกอร์
(ในยิม
หรือที่ทำงาน)
· ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
(ในร้านขายเสื้อผ้า
ฯลฯ)
ที่สำคัญคือต้องตั้งข้อสังเกตุว่าทุกรัฐมีกฏหมายของตัวเองเกี่ยวกับการใช้และการติดตั้งกล้องรักษาความปลอดภัย
การบันทึกเสียง
และเรื่องต่าง
ๆ
เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
เพราะฉะนั้น
ขอให้ตรวจสอบกับฝ่ายกฏหมายของแต่ละรัฐก่อนเพื่อความแน่นอน
ตราบใดที่ท่านปฏิบัติตามกฏหมายเกี่ยวกับการใช้กล้องรักษาความปลอดภัยเหล่านี้
ท่านสามารถใช้กล้องวิดีโอในการตรวจตราบ้านหรือสถานที่ทำงานได้
เพราะฉะนั้น
ก่อนจะเริ่มแผนในการติดตั้งใด
ๆ
ขอให้ทำความเข้าใจกับกฏหมายของแต่ละท้องถิ่น
ของรัฐ
ของเคาน์ตี้
และของรัฐบาลกลางก่อน
เกี่ยวกับกล้องที่ใช้ในการตรวจสอบความปลอดภัย
แล้วก็เป็นการผิดกฏหมายในสหรัฐอเมริกา
ที่จะบันทึกภาพและเสียง
โดยเจตนาไม่บริสุทธิ์
หรือเพื่อจะใช้ในการแบล็คเมล
การทำความเข้าใจกฏหมายเกี่ยวกับการบันทึกเสียงและวิดีโอ
บ่อยครั้งที่กฏหมายมีการปฏิบัติต่อการบันทึกวิดีโอและการบันทึกเสียงแตกต่างกันไป
โดยทั่วไป เป็นการถูกกฏหมายที่จะบันทึกวิดีโอเพื่อความปลอดภัยด้วยการใช้กล้องลับในที่ทำงานหรือทรัพย์สินของท่านโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากบุคคลที่ท่านกำลังทำการบันทึก
อย่างไรก็ตาม
การบันทึกเสียงมีข้อจำกัดโดยกฏหมายเกี่ยวกับการดักฟังโทรศัพท์ของรัฐบาลกลาง
(Federal
Wiretap Act)
ซึ่งกฏหมายนี้มีโทษทั้งทางแพ่งและอาญาสำหรับการบันทึกการสื่อสารโดยเจตนา
แต่กฏหมายว่าด้วยความเป็นส่วนตัวในการสื่อสารทางอิเล็กโตรนิกปี
1986
ได้กำหนดข้อยกเว้นไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้สำหรับการสนทนาเกี่ยวกับการจ้างงานสำหรับนายจ้าง
แต่ไม่ใช่สำหรับลูกจ้าง
มีข้อห้ามเพิ่มเติมอีกหลายข้อในการบันทึกเสียงในเกือบทุก
ๆ รัฐ ถ้าต้องการรายละเอียด
เราขอแนะนำให้ดูเอกสารอ้างอิง
เขียนโดยแมตธีเสน,
วิคเกอร์ดและเลห์เรอร์ (Matthiesen,
Wickert&Lehrer, S.C.)
กฏหมายต่าง
ๆ
เกี่ยวกับกล้องรักษาความปลอดภัยในธุรกิจ
ธุรกิจมีข้อผูกพันธ์ในการปกป้องคนงานและทรัพย์สินของตนเอง
เพราะฉะนั้นจึงมีความสำคัญที่จะต้องติดตั้งระบบดูแลความปลอดภัยระดับมืออาชีพในการตรวจสอบความปลอดภัยในทรัพย์สินและคนงาน
การตัดสินว่าการใช้กล้องวิดีโอในที่ทำงานถูกหรือผิดกฏหมายนั้นขึ้นอยู่กับกฏหมายของแต่ละรัฐ
และภาพอะไรที่กำลังถูกบันทึกอยู่
นี่คือสิ่งที่ท่านควรรู้:
· กฏหมายว่าด้วยความเป็นส่วนตัวในที่ทำงาน
ในบริเวณที่คาดได้สมเหตุผลว่ามีความเป็นส่วนตัว
การบันทึกวิดีโอและเสียงโดยไม่มีการแจ้งในรูปแบบใด
ๆ ก็ตาม
หรือไม่ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะ
เป็นการผิดกฏหมาย
บริเวณดังกล่าวรวมถึงลิฟท์
ห้องน้ำ
ห้องต่าง ๆ
ในโรงแรม
ห้องล็อกเกอร์
และห้องแต่งตัว
ตามกฏหมายการใช้กล้องรักษาความปลอดภัยในธุรกิจ
แม้ว่าจะมีการเตือนว่ามีการใช้กล้องในที่ส่วนตัวแล้ว
นายจ้างก็ไม่ควรนำข้อมูลที่ได้จากการใช้กล้องไปใช้ในทางที่ผิด
เป็นการดีที่สุดคือขอคำแนะนำทางกฏหมายจากทนายหรือจากกระทรวงแรงงานของรัฐ
การบันทึกเสียงยังมีข้อห้ามอีกจากกฏหมายเกี่ยวกับการดักฟังโทรศัพท์ของรัฐบาลกลาง
เว้นแต่ว่าท่านเตือนให้คนงานทราบก่อน
· การมีเหตุผลทางธุรกิจที่ถูกกฏหมายในการใช้กล้อง
เมื่อมีการใช้กล้องรักษาความปลอดภัยเพื่อจะตรวจดูคนงาน
นายจ้างจะต้องมีเหตุผลทางธุรกิจที่ถูกกฏหมายในการกระทำเช่นนั้น
กฏหมายเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของแต่ละรัฐ
ควรให้คำแนะนำท่านได้ถึงข้อจำกัดที่เฉพาะเจาะจง
หรือการอนุญาตในการบันทึกภาพและเสียง
แน่นอนว่าในบริเวณที่เห็นได้ชัดว่าเป็นที่สาธารณะ
เช่น
จุดที่มีการฝากถอนเงิน
หรือชั้นใส่สินค้าสำหรับขายในร้านขายของ
การใช้กล้องวิดีโอจะช่วยป้องกันขโมยได้
และดูได้ว่าคนงานทำงานกันอย่างไร
· กฏหมายเกี่ยวกับการใช้กล้องรักษาความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย
สำหรับเจ้าของบ้านส่วนใหญ่
ระบบการรักษาความปลอดภัยโดยการใช้กล้องวิดีโอนั้น
เป็นส่วนที่สมบูรณ์ในกลยุธการรักษาความปลอดภัยสำหรับบ้าน
กล้องทำให้มีการป้องปรามคนที่อาจเป็นขโมย
คนดูแลบ้านปากพร่อยหรือไม่มีความรับผิดชอบ
คนดูแลเด็ก
และพี่เลี้ยงเด็กเล็ก
เมื่อมีระบบที่สมบูรณ์ติดตั้งไว้
ท่านสามารถหาหลักฐานในการก่ออาชญากรรมใด
ๆ ได้โดยง่าย
ถึงกระนั้นก็ตาม
การตัดสินใจว่าจะติดตั้งกล้องรักษาความปลอดภัยหรือไม่
ที่ไหน และอย่างไรนั้น
จะต้องทำให้ถูกต้องตามกฏหมายด้วย
นี่คือกฏหมายว่าด้วยกล้องรักษาความปลอดภัยสำหรับที่อยู่อาศัยบางอย่างที่ท่านควรรู้:
· การใช้กล้องวิดีโอส่องดูบ้านของเพื่อนบ้าน
ไม่มีใครได้รับสิทธิ์ทางกฏหมายที่จะมีความเป็นส่วนตัวเมื่อเขาอยู่ในที่โล่งแจ้งตามที่สาธารณะทั่วไป
ตรงนี้รวมถึงหน้าบ้านของท่านที่อยู่ในที่ที่เห็นได้ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม
การใช้กล้องรักษาความปลอดภัยส่องเข้าไปภายในบ้านหรือหลังบ้านของเพื่อนบ้านที่มีการปิดบังไว้เป็นบางส่วนหรือปิดบังไว้ทั้งหมด
มีความผิดทางอาญา
ถ้าท่านทำ
ท่านอาจได้รับการดำเนินคดีทางอาญา
การส่องกล้องเข้าไปในบ้านของเพื่อนบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเพื่อนบ้าน
อาจก่อนให้เกิดปัญหาได้
เพราะฉะนั้น
ขอให้รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ด้วย
· การใช้กล้องวิดีโอส่องเข้าไปในบ้านของท่านเอง
ท่านมีอิสระมากกว่าที่จะติดตั้งกล้องที่ไหนก็ได้ภายในบ้านของท่านเอง
แต่ก็ไม่จำเป็นว่าท่านมีสิทธิ์ที่จะส่องดูหรือบันทึกทุกอย่างภายในบ้านของท่านได้
ตัวอย่างเช่น
กฏหมายเกี่ยวกับการใช้กล้องรักษาความปลอดภัยภายในที่อยู่อาศัยกำหนดไว้ว่า
คนที่ทำงานในบ้านของท่านหรือแขกต่างก็คาดว่ามีความเป็นส่วนตัวในบางบริเวณของบ้าน
เช่นห้องน้ำ แล้วก็
ถ้าท่านมีเกสเฮาส์หรือห้อง
แล้วก็มีกล้องติดไว้เพื่อดูเขา
นั่นอาจเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของเขาได้
อย่างไรก็ตาม
สำหรับที่อื่น
ๆ
ที่ท่านและครอบครัวต้องการความปลอดภัยในบ้าน
ท่านสามารถติดตั้งกล้องรักษาความปลอดภัยได้
· การบันทึกเสียงการสนทนา
นอกจากว่าเจ้าของบ้านจะสามรถบันทึกได้ที่ไหนและบันทึกอะไรได้แล้ว
ยังมีคำถามเกี่ยวกับการบันทึกเสียงด้วย
ถ้าระบบรักษาความปลอดภัยมีความสามารถในการบันทึกเสียงด้วย
กฏหมายว่าด้วยการดักฟังทางโทรศัพท์ของรัฐบาลกลางและของรัฐ
มีข้อห้ามไม่ให้ใครดูวิดีโอและบันทึกเสียงการสนทนาแม้แต่ในบ้านของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม
ในกรณีโดยส่วนใหญ่แล้ว
ถ้ามีคนอนุญาตแม้แต่เพียงคนเดียวก็ไม่เป็นการผิดกฏหมาย
ในบางรัฐทุกคนที่ถูกบันทึกเสียงจะต้องอนุญาตก่อน
นั่นคือที่ว่าทำไมการทำความเข้าใจกฏหมายเกี่ยวกับการใช้กล้องรักษาความปลอดภัยในการบันทึกภาพและเสียงในแต่ละรัฐของท่านจึงมีความสำคัญมากแค่ไหน
· ขอให้ท่านขอคำปรึกษาจากสมาคมเจ้าของบ้านของท่านก่อน
สำหรับท่านที่อาศัยอยู่ในเขตที่อยู่อาศัยของซิตี้หรือคอนโดมีเนี่ยม
จึงมีความสำคัญที่ท่านจะต้องปรึกษาสมาคมเจ้าของบ้านเกี่ยวกับกฏหมายการใช้กล้องรักษาความปลอดภัยก่อน
เพื่อว่าท่านจะได้เข้าใจระเบียบต่าง
ๆ
เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยโดยการใช้กล้องวิดีโอ
เพื่อเลี่ยงการถูกฟ้องร้องส่วนมากของสมาคมเหล่านี้จะไม่อนุญาตให้ท่านติดกล้องส่องไปที่ห้องหรือบ้านอื่น
· ข้อสรุป
การมีความเข้าใจทั้งในกฏหมายของรัฐบาลกลางและของรัฐจะช่วยให้ท่านมั่นใจได้ว่าท่านกำลังใช้ระบบรักษาความปลอดภัยของท่านในทางที่ถูกต้องโดยไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น
การลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยที่มีคุณภาพก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากหากท่านต้องการได้รับประโยชน์สูงสุดในความพยายามที่จะรักษาความปลอดภัย